สรุป 5 DNA ยอดนิยมที่ใช้ในนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันความเป็นพ่อลูก
การตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อลูก ไม่ได้ใช้ดีเอ็นเอเพียงแบบเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ ในงานนิติวิทยาศาสตร์และห้องปฏิบัติการจริง มีการเลือกใช้ DNA หลายประเภท ตามสถานการณ์ เพื่อให้ผลตรวจมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือที่สุด บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 DNA ยอดนิยม ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการตรวจความสัมพันธ์พ่อลูก
![]() |
| คุณหมอกำลังทำการวิเคราะห์ผล |
1. Autosomal STR – มาตรฐานหลักของการตรวจพ่อลูก
Autosomal STR คือดีเอ็นเอที่ใช้ตรวจความเป็นพ่อลูกมากที่สุด เพราะเด็กจะได้รับ DNA ครึ่งหนึ่งจากพ่อและอีกครึ่งจากแม่ การเปรียบเทียบ STR หลายตำแหน่งพร้อมกันทำให้ผลตรวจมีความแม่นยำสูง เหมาะกับกรณีทั่วไปที่มีตัวอย่างของพ่อ แม่ และลูกครบถ้วน ซึ่งเป็นแนวทางที่ห้องแล็บมาตรฐาน รวมถึง บริษัทแอทยีนส์ ATGenes ใช้เป็นหลักในการตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด
2. Y-STR – เจาะสายพ่อโดยตรง
Y-STR เป็น DNA ที่ถ่ายทอดจากพ่อสู่ลูกชายเท่านั้น จึงเหมาะกับกรณีที่ต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายพ่อ เช่น ตรวจพ่อลูกชาย หรือกรณีที่ไม่มีตัวอย่างพ่อโดยตรง แต่อาจใช้ญาติฝ่ายพ่อแทนได้ ข้อจำกัดคือไม่สามารถใช้กับลูกสาวได้
3. X-STR – ตัวช่วยในเคสซับซ้อน
X-STR มักถูกใช้ในกรณีที่ลูกเป็นผู้หญิง หรือในสถานการณ์ที่โครงสร้างครอบครัวซับซ้อน เช่น ไม่มีตัวอย่างพ่อโดยตรง การใช้ X-STR ช่วยเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือของผลตรวจเมื่อใช้ร่วมกับ DNA ประเภทอื่น
4. mtDNA – สายแม่ที่ย้อนรอยได้ไกล
mtDNA เป็นดีเอ็นเอที่ถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกทุกคน แม้จะไม่ใช่ตัวหลักในการตรวจพ่อลูก แต่มีบทบาทสำคัญในงานนิติวิทยาศาสตร์ เช่น กรณีตัวอย่าง DNA เสื่อมสภาพ หรือใช้ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายแม่เพื่อประกอบการวิเคราะห์
5. SNP – เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยเพิ่มความละเอียด
SNP เป็นการวิเคราะห์ตำแหน่งพันธุกรรมจำนวนมาก เหมาะกับกรณีที่ต้องการความละเอียดสูง หรือใช้ในงานวิจัยและนิติวิทยาศาสตร์ขั้นลึก ปัจจุบันเริ่มถูกนำมาใช้ร่วมกับ STR เพื่อเพิ่มความแม่นยำในบางเคส
การตรวจ DNA พ่อลูกที่แม่นยำ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ DNA ชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่คือการเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์จริง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและห้องแล็บที่ได้มาตรฐาน เช่น บริษัทแอทยีนส์ ATGenes จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผลตรวจมีความถูกต้องและเชื่อถือได้

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น