ลูกเป็นธาลัสซีเมีย ทั้งที่พ่อแม่ไม่เคยป่วย? ความจริงทางพันธุกรรมที่หลายครอบครัวยังไม่รู้
หลายครอบครัวต้องตกใจเมื่อทราบว่าลูกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคธาลัสซีเมีย ทั้งที่พ่อและแม่ไม่เคยมีอาการป่วย ไม่เคยมีประวัติต้องรักษาโรคเลือด และใช้ชีวิตได้ตามปกติแบบคนปกติมาตลอด
คำถามที่มักเกิดขึ้นคือ “เป็นไปได้อย่างไร?” เพราะเรื่องของ พันธุกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้
พ่อแม่สุขภาพดี ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ผู้ที่เป็น พาหะธาลัสซีเมีย ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการผิดปกติหรือแสดงอาการใดๆ เลย
บางคนอาจแค่ภาวะซีดเล็กน้อย แต่หลายคนใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป จนไม่เคยรู้ว่าตัวเองมียีนที่สามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกได้จากโรคธาลัสซีเมีย
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พ่อแม่จำนวนมากเชื่อว่าตนเองไม่มีความเสี่ยง ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจเป็นพาหะโดยไม่รู้ตัว
โรคไม่ได้เกิดจากคนใดคนหนึ่ง
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย คือการคิดว่าเมื่อเด็กเป็นธาลัสซีเมีย ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นต้นเหตุ
แต่ในทางวิทยาศาสตร์ โรคนี้เกิดจากการที่เด็กได้รับยีนผิดปกติจากทั้งพ่อและแม่
หากทั้งสองคนเป็นพาหะ ลูกที่เกิดมาจะมีโอกาส
- 25% เป็นโรคธาลัสซีเมีย
- 50% เป็นพาหะ
- 25% ไม่ได้รับยีนผิดปกติ
ดังนั้นจึงไม่ใช่ความผิดของใคร แต่เป็นรูปแบบการถ่ายทอดทางพันธุกรรมตามธรรมชาติ
ทำไมแพทย์ถึงแนะนำให้ตรวจตั้งแต่ก่อนมีลูก
ปัจจุบันหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคัดกรองธาลัสซีเมียก่อนการตั้งครรภ์
เหตุผลสำคัญคือการรู้ความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อช่วยให้คู่รักสามารถวางแผนอนาคตได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาแพทย์ การติดตามสุขภาพทารก หรือการเตรียมความพร้อมสำหรับการดูแลลูกในอนาคต
ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งมีทางเลือกในการรักษาหรือวางแผน
การตรวจไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด
หลายคนกังวลว่าการตรวจโรคทางพันธุกรรมจะซับซ้อนหรือยุ่งยาก แต่การคัดกรองธาลัสซีเมียในปัจจุบันสามารถทำได้จากการตรวจเลือดตามมาตรฐานทางการแพทย์
องค์กรด้านพันธุศาสตร์ เช่น บริษัทแอทยีนส์ ATGenes มีบริการตรวจคัดกรองและให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับบริการเข้าใจผลตรวจและประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง
เพราะการรู้ก่อน คือการป้องกันที่ดีที่สุด
ธาลัสซีเมียอาจเป็นโรคที่มองไม่เห็นจากภายนอกหรืออาจไม่แสดงอาการ แต่สามารถส่งผลต่อชีวิตของเด็กและครอบครัวได้ในระยะยาว
การตรวจคัดกรองก่อนมีบุตรไม่ได้เป็นเรื่องของความกลัว แต่เป็นการเตรียมความพร้อมด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้
เพราะบางครั้ง การตรวจเพียงครั้งเดียว อาจช่วยให้ครอบครัววางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น